ลาเกอร์ Lager เบียร์ตระกูลใหญ่ที่นักดื่มทั่วโลกยอมรับ

จากการหาข้อมูลเท่าที่พอจะมีบ้างไม่มีบ้าง (ไว้มีโอกาสได้ไปห้องสมุดหรือต่างประเทศ จะหาข้อมูลเพิ่มเติมมาให้อีก) พอจะทราบได้ว่าเบียร์ลาเกอร์นั้นในภาษาเยอรมันแปลว่า ที่เก็บรักษา, การกักเก็บ(Storage) ลาเกอร์ถูกคิดค้นขึ้นประมาณในยุค 1800s ในแถบประเทศเยอรมันและ โบฮีเมีย (ปัจจุบันคือสาธารณรัฐเช็ก) แต่มีบางแหล่งก็กล่าวว่าอาจเริ่มมีตั้งแต่ยุค 1500s เบียร์ลาเกอร์นั้นคาดกันว่าถูกคิดค้นขึ้นมาหลังจากเบียร์ประเภท Ale (เอล) ซึ่งลาเกอร์นั้นจะต่างจากเบียร์เอลตรงที่ยีสต์ที่ใช้ในการหมักลาเกอร์นั้นจะทำงานภายใต้อุณหภูมิที่ต่ำ (ประมาณน้อยกว่า 55 องศาฟาเรนต์ไฮท์) และจะนอนก้นหลังเสร็จสิ้นกระบวนการหมัก การหมักโดยอุณหภูมิที่ต่ำทำให้ได้ผลผลิตที่ใสและสะอาด ในขณะที่ยีสต์สำหรับเอลนั้นจะทำงานในอุณหภูมิที่สูงกว่าและจะลอยผิว กระบวนการหมักในอุณหภูมิที่สูงของเอลทำให้กระบวนการหมักบ่มใช้เวลาเร็วและโดดเด่นในเรื่องรสชาติและกลิ่นของผลไม้

ดังนั้นเรียกได้ว่าลาเกอร์คือเบียร์ประเภทยีสต์หมักนอนก้น โดยหลังจากเสร็จกระบวนการหมักแล้ว ลาเกอร์จะถูกเก็บไว้ในห้องเย็นที่อุณหภูมิประมาณ 0 ถึง 32 องศาเซลเซียส เป็นเวลาหลายสัปดาห์ หรือ หลายเดือน ก่อนจะนำออกบริโภค ซึ่งการมาของเบียร์ลาเกอร์โดยเฉพาะลาเกอร์สีเข้ม (Dark Lager) ทำให้เกิดความนิยมบริโภคเข้าไปสู่กลุ่มคนที่ดื่มเบียร์เอลอยู่ก่อนแล้ว

เบียร์ลาเกอร์สีอ่อน หรือที่เรียกเป็นภาษาเบียร์ว่า เพล ลาเกอร์ (Pale Lager) เป็นที่นิยมแพร่หลายที่สุดในหมู่นักดื่มและมีหลากหลายในทั่วโลก ซึ่งเพล ลาเกอร์เพิ่งเริ่มมีในตอนปลายยุคศตวรรษที่ 19 นี้เอง และตามมาด้วยเทคโนโลยีที่เรียกว่า “เครื่องทำความเย็น(ตู้เย็นนั่นเอง)” จึงทำให้การผลิตเบียร์ลาเกอร์ไม่ต้องพึ่งพาธรรมชาติมากนัก อ้อลืมบอกไป ในยุคที่ไม่มีตู้เย็น ว่ากันว่าในการทำเบียร์ลาเกอร์นั้นจะต้องมีการตัดน้ำแข็งจากแม่น้ำมาทำเป็นถ้ำน้ำแข็งเพื่อใช้เก็บเบียร์หมักเบียร์ลาเกอร์กันเลยทีเดียว และก็จะทำกันได้ในฤดูหนาวเท่านั้นในบางพื้นที่ จึงทำให้การผลิตนั้นค่อนข้างลำบาก แต่หลังจากการมาของเครื่องทำความเย็นส่งผลให้ผลผลิตเบียร์เสถียรและเชื่อถือได้ จึงเกิดเบียร์ เพล ลาเกอร์ ขึ้นมา ข้อมูลเชิงลึกของเบียร์เพล ลาเกอร์ ไว้จะหามาให้เพิ่มเติมครับ นอกจากนั้นยังมีเบียร์ลาเกอร์สีดำที่เรียกว่า ดุงเกิ้ล (Dunkel) และ ชวาสเบียร์ (Schwarzbier), เบียร์พิลเซนเนอร์ (Pilsner), บ๊อก (Bock), ดอร์ทมุนเดอร์ เอ๊กพอร์ท (Dortmunder Export) และ มาเซ่น (Märzen)ถือเป็นเบียร์ในตระกูลลาเกอร์ และนี่ก็ก่อให้เกิดข้อโดนเด่นอีกอย่างของเบียร์เอลที่มีเหนือกว่าเบียร์ลาเกอร์คือ “เอลไม่ง้อตู้เย็น”

เอาหละคงเริ่มเห็นภาพแล้วนะครับ ครั้งหน้าผมจะหาข้อมูลมาให้อ่านว่าเบียร์บ๊อก(Bock), ดอร์ทมุนเดอร์ เอ๊กพอร์ท (Dortmunder Export), มาเซ่น (Märzen), ดุงเกิ้ล(Dunkel) และ ชวาสเบียร์ (Schwarzbier) คือเบียร์อะไร ลักษณะเป็นเช่นไร แต่ตอนนี้อยากให้เห็นภาพใหญ่ๆ ของเบียร์ตระกูลลาเกอร์ก่อนครับ และเมื่อท่านทราบถึงประวัติและกระบวนการผลิตเบียร์ลาเกอร์แล้ว ครั้งหน้าที่ท่านรินเบียร์ใส่แก้วหรือจะดื่มจากกระป๋อง รสชาติที่ไหลลงลำคอนั้นได้นำพาประวัติศาสตร์และขั้นตอนกระบวนการผลิตของเบียร์ไปกับมันด้วย ดื่มให้อร่อยและสนุกนะครับ อย่าลืม เมาไม่ขับครับ

ที่มา : คนรักเบียร์.com

แชร์ไป Facebook